กรุณารอสักครู่

เจาะลึกผลประกอบการ Hims & Hers (HIMS) ไตรมาส 3 ปี 2025: ทางแยกสำคัญระหว่างการเติบโตระดับระเบิดกับความเสี่ยงด้านกฎหมาย
ไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ 2025 ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญและซับซ้อนที่สุดสำหรับ Hims & Hers Health, Inc. (HIMS) แพลตฟอร์ม Telehealth ชั้นนำที่กำลังเขย่าวงการสุขภาพ ในขณะที่ตัวเลขรายได้พุ่งทะยานยืนยันความสำเร็จของกลยุทธ์การขยายตลาด แต่บริษัทกลับต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่กำลังคืบคลานเข้ามา โดยเฉพาะในสมรภูมิยาลดน้ำหนัก GLP-1 ที่ดุเดือด
ในบทความเจาะลึกฉบับนี้ เราจะพาคุณไปแกะงบการเงิน วิเคราะห์ทิศทาง "Moat" (ป้อมปราการทางธุรกิจ) และสรุป 5 สัญญาณบวก (Green Flags) และ 3 สัญญาณอันตราย (Red Flags) ที่นักลงทุนต้องรู้ เพื่อประเมินว่า HIMS ยังเป็นหุ้นเติบโตที่น่าสนใจหรือเป็นกับดักทางกฎหมายกันแน่
HIMS รายงานรายได้รวมในไตรมาสนี้เกือบ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเติบโตขึ้นถึง 49% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) ตัวเลขนี้ไม่เพียงแต่เอาชนะคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ แต่ยังพิสูจน์ว่าความต้องการโซลูชันสุขภาพเฉพาะบุคคล (Personalized Health) ยังคงแข็งแกร่งมหาศาล 1
อย่างไรก็ตาม ภายใต้ตัวเลขรายได้ที่สวยหรู ซ่อนไว้ด้วยความท้าทายเรื่องความสามารถในการทำกำไร กำไรขั้นต้น (Gross Margin) ของบริษัทหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ เหลือ 74% (จาก 79% ในปีก่อน) 1 สาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนรูปแบบการจัดส่งยาลดน้ำหนักและการแบกรับต้นทุนโลจิสติกส์ที่ซับซ้อนขึ้น

ในยุคที่บริการ Telehealth แบบพื้นฐานเริ่มกลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) HIMS ได้เลือกที่จะขุดคลองรอบปราสาทให้กว้างขึ้นด้วยกลยุทธ์ Mass Personalization
ผลิตภัณฑ์ปรุงเฉพาะ (Compounded Products): ข้อมูลไตรมาสนี้ชี้ว่ากว่า 50% ของผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มเลือกใช้แผนการรักษาแบบ "Personalized" 4 ไม่ว่าจะเป็นยาเม็ดเคี้ยว (Hard Mints) ที่รวมตัวยาหลายชนิด หรือยาลดน้ำหนักสูตรผสม ซึ่งสินค้าเหล่านี้หาซื้อไม่ได้จากร้านขายยาทั่วไปหรือคู่แข่ง ทำให้ลูกค้าเปลี่ยนใจไปใช้เจ้าอื่นได้ยาก (High Switching Cost)
การขยายสู่โรคซับซ้อน: HIMS ไม่ได้ขายแค่ยารักษาผมร่วงหรือสมรรถภาพทางเพศอีกต่อไป แต่กำลังรุกหนักเข้าสู่ตลาด Menopause (วัยทอง) สำหรับผู้หญิง และ Testosterone สำหรับผู้ชาย รวมถึงแผนการเปิดตัวบริการด้าน "Longevity" (เวชศาสตร์ชะลอวัย) ในปี 2026 1 ซึ่งเป็นการขยาย Total Addressable Market (TAM) อย่างมหาศาล
ปฏิกิริยาของนักลงทุนที่มีต่อ HIMS ในช่วงไตรมาสนี้เต็มไปด้วยความผันผวน:
หลังประกาศงบ (ต้นเดือน พ.ย.): หุ้นร่วงลงในตอนแรกเนื่องจากกำไรต่อหุ้น (EPS) ต่ำกว่าคาด ($0.06 vs $0.10) และความกังวลเรื่อง Gross Margin ที่ลดลง 5 แต่ก็ดีดตัวกลับมาได้จากการที่ผู้บริหารเปิดเผยว่ามีการ "เจรจาเชิงรุก" กับ Novo Nordisk เพื่อเป็นพันธมิตรจำหน่ายยา Wegovy 7
ช่วงกลางเดือน พ.ย.: หุ้นดิ่งลงอย่างรุนแรง (15-30%) จากกระแสข่าวลบเรื่องกฎระเบียบ เมื่อ FDA ประกาศว่าภาวะขาดแคลนยา Semaglutide ได้สิ้นสุดลงแล้ว ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่ารายได้จากยาสูตรปรุงเฉพาะ (Compounded Semaglutide) อาจหายไปในพริบตา ประกอบกับการที่ Novo Nordisk ยื่นฟ้องร้านยาปรุงยาหลายแห่ง 8
ท่ามกลางความผันผวน ยังมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งซ่อนอยู่:
1. รายได้เติบโตระดับ Scale-Up (Revenue Velocity)
การที่บริษัทระดับรายได้ 2.4 พันล้านดอลลาร์ (Run rate) ยังสามารถเติบโตได้ถึง 49% เป็นเรื่องที่หาได้ยาก สิ่งนี้ยืนยันว่า HIMS ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของบริษัท Startup ทั่วไป และกำลังกินส่วนแบ่งตลาด Telehealth 2.0 อย่างรวดเร็ว 1
2. ลูกค้าติดหนึบด้วยสินค้าเฉพาะบุคคล (Retention via Personalization)
การที่ผู้ใช้บริการแบบหลายโรค (Multi-condition users) เติบโตขึ้นถึง 80% YoY แสดงให้เห็นว่า HIMS สามารถ Cross-sell ได้สำเร็จ ลูกค้าหนึ่งคนสร้างรายได้หลายทาง (LTV สูงขึ้น) โดยไม่ต้องเสียค่าการตลาดเพิ่ม 4
3. ประสิทธิภาพการตลาดที่ดีขึ้น (Marketing Leverage)
ค่าใช้จ่ายทางการตลาดลดลงเหลือ 39% ของรายได้ (จาก 45% ในปีก่อน) นี่คือสัญญาณว่าแบรนด์แข็งแกร่งขึ้น ลูกค้าบอกต่อกันเอง (Organic Growth) ทำให้บริษัทไม่ต้องเผาเงินเพื่อเรียกลูกค้าใหม่มากเท่าเดิม ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสู่กำไรในระยะยาว 1
4. การบุกตลาดยุโรปผ่าน Zava (International Expansion)
การเข้าซื้อกิจการ Zava แพลตฟอร์มดิจิทัลเฮลธ์ในยุโรป ช่วยเปิดประตูสู่ตลาดเยอรมนี ฝรั่งเศส และอังกฤษ ทันที โดยดีลนี้คาดว่าจะปิดได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 เป็นการกระจายความเสี่ยงออกจากตลาดสหรัฐฯ และเพิ่มฐานลูกค้าอีกกว่า 1.3 ล้านราย 12
5. งบดุลแข็งแกร่งและการซื้อหุ้นคืน (Strong Balance Sheet)
บริษัทมีเงินสดและสินทรัพย์สภาพคล่องกว่า 1.1 พันล้านดอลลาร์ และไม่มีหนี้สินสุทธิ ล่าสุดบอร์ดอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) มูลค่า 250 ล้านดอลลาร์ แสดงถึงความมั่นใจของผู้บริหารว่าราคาหุ้นปัจจุบันต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไม่ควรมองข้ามความเสี่ยงระดับวิกฤตเหล่านี้:
1. อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเชิงโครงสร้าง (Gross Margin Degradation)
การลดลงของ Gross Margin ถึง 500 basis points เหลือ 74% เป็นเรื่องน่ากังวล 3 สาเหตุมาจากการเปลี่ยนไปใช้ร้านขายยาแบบ 503(a) เพื่อเลี่ยงปัญหากฎหมาย ซึ่งทำให้ต้องจัดส่งยาถี่ขึ้น (ต้นทุนค่าส่งและบรรจุภัณฑ์เย็นพุ่งสูง) หากแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไป Valuation ของหุ้นอาจถูกปรับลดจากกลุ่ม Tech เป็นกลุ่ม Retail ทั่วไป
2. ดาบอาญาสิทธิ์ด้านกฎหมาย (Regulatory Sword of Damocles)
รายได้ส่วนสำคัญของบริษัทมาจากการขายยาฉีดลดน้ำหนักสูตรปรุงเอง (Compounded GLP-1) ซึ่งอาศัยช่องว่างทางกฎหมายเรื่อง "ยาขาดแคลน" ของ FDA แต่เมื่อ FDA ประกาศว่ายาไม่ขาดแคลนแล้ว HIMS ต้องเปลี่ยนไปใช้ข้ออ้างเรื่อง "ความจำเป็นทางคลินิกเฉพาะบุคคล" (Clinical Necessity) แทน 10 ซึ่งเป็นพื้นที่สีเทาที่มีความเสี่ยงสูงมากที่จะถูกฟ้องร้องโดยบริษัทยาใหญ่อย่าง Novo Nordisk 8
3. ความน่าเชื่อถือของการคาดการณ์กำไร (Earnings Quality)
การที่กำไรต่อหุ้น (EPS) พลาดเป้าไปถึง 40% ($0.06 vs $0.10) 5 สะท้อนว่าผู้บริหารอาจประเมินผลกระทบของต้นทุนโลจิสติกส์ต่ำเกินไป นอกจากนี้ ความผันผวนของกำไรสุทธิทางบัญชี (GAAP) ที่เคยได้ประโยชน์ทางภาษีในปีก่อน ทำให้การประเมินกระแสเงินสดที่แท้จริงจากการดำเนินงานทำได้ยากขึ้น
Hims & Hers ในไตรมาส 3 ปี 2025 คือภาพสะท้อนของบริษัทที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูงบนเส้นลวด การเติบโตของรายได้และการขยายตัวของลูกค้าเป็นของจริงและน่าประทับใจ แต่ความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้จากยาลดน้ำหนักสูตรปรุงเฉพาะท่ามกลางมรสุมกฎหมายก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้
สำหรับนักลงทุน การเข้าลงทุนใน HIMS ช่วงนี้คือการเดิมพันว่าบริษัทจะสามารถ "เปลี่ยนผ่าน" ได้สำเร็จ ไม่ว่าจะด้วยการจับมือกับ Big Pharma หรือการพิสูจน์ความชอบธรรมของโมเดล Personalization ต่อหน้าผู้คุมกฎ หากทำสำเร็จ นี่คือหุ้น Growth Stock ที่ราคาถูกมาก แต่หากสะดุดขาตัวเอง ความเสียหายอาจรุนแรงเช่นกัน
คำเตือนเนื้อหาในบทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน คำแนะนำในการลงทุน หรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้เขียนไม่ได้เป็นที่ปรึกษาทางการเงินหรือผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต บทวิเคราะห์นี้สะท้อนความคิดเห็นส่วนบุคคลและการวิเคราะห์ข้อมูลสาธารณะเท่านั้น การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์มีความเสี่ยงสูงและอาจส่งผลให้สูญเสียเงินต้นได้ ผู้อ่านทุกท่านควรทำการวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเอง (Do Your Own Research) และ/หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ ผู้เขียนไม่รับประกันความถูกต้องหรือครบถ้วนของข้อมูล และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูลในบทวิเคราะห์นี้

Admin