กรุณารอสักครู่

ในโลกของการลงทุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะในสาย PropTech (เทคโนโลยีอสังหาริมทรัพย์) นักลงทุนมักต้องเลือกระหว่าง "การเติบโต" (Growth) หรือ "กำไร" (Profitability) น้อยครั้งมากที่เราจะเห็นบริษัทที่สามารถส่งมอบทั้งสองอย่างได้พร้อมกันในช่วงเวลาที่ตลาดอสังหาฯ ยังคงมีความผันผวน
แต่ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2025 ของ The Real Brokerage Inc. (NASDAQ: REAX) ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นี่ไม่ใช่แค่บริษัทนายหน้าอสังหาฯ ทั่วไป แต่นี่คือบริษัทเทคโนโลยีที่กำลังมาดิสรัปต์ (Disrupt) โมเดลธุรกิจดั้งเดิมอย่างแท้จริง ตัวเลขในไตรมาสนี้ไม่ใช่แค่ "ดีกว่าคาด" แต่มันคือหลักฐานยืนยันว่า REAX ได้ก้าวข้าม "จุดคุ้มทุน" และเข้าสู่เฟสของการขยายกำไรอย่างยั่งยืนแล้ว
ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปแกะงบ เจาะลึกกลยุทธ์ และวิเคราะห์ว่าทำไมราคาหุ้นที่ย่อตัวลงอาจเป็นเพียงเสียงรบกวนชั่วคราว ในขณะที่ภาพใหญ่ระยะยาวกำลังดูน่าสนใจอย่างยิ่ง
สิ่งที่ทำให้นักลงทุนระยะยาวต้องหันมามอง REAX ในไตรมาสนี้ คือความสามารถในการสร้าง Operating Leverage หรือการที่รายได้เติบโตเร็วกว่าค่าใช้จ่าย ส่งผลให้กำไรพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ตัวเลขสำคัญที่ต้องรู้:
รายได้ (Revenue): ทำได้ 568.5 ล้านดอลลาร์ เติบโตขึ้นถึง 53% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) ตัวเลขนี้เอาชนะคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่มองไว้ราว 533 ล้านดอลลาร์ไปได้อย่างสวยงาม
Adjusted EBITDA: นี่คือพระเอกของไตรมาสนี้ บริษัททำได้ 20.4 ล้านดอลลาร์ เติบโต 54% YoY และสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ถึง 23% สิ่งนี้สะท้อนว่าทุกๆ ดอลลาร์ที่บริษัทหามาได้ กำลังเปลี่ยนเป็นกำไรที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ
Net Income (GAAP): บริษัทขาดทุนสุทธิเพียง (0.4) ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น EPS $0.00 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับ Breakeven (คุ้มทุน) แล้ว การที่บริษัทสามารถโต 53% พร้อมกับรักษาสถานะใกล้เคียงกำไรสุทธิได้ คือสิ่งที่หาได้ยากในหุ้น Growth Stage
กระแสเงินสด: บริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Operating Cash Flow) เป็นบวกถึง 8.8 ล้านดอลลาร์ และมีเงินสดในมือกว่า 55.8 ล้านดอลลาร์ โดยที่ ไม่มีหนี้สิน (Zero Debt) สถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งระดับนี้คือเกราะป้องกันชั้นดีในยุคดอกเบี้ยสูง
ความหมายที่ซ่อนอยู่:
ตัวเลขเหล่านี้บอกเราว่า โมเดลธุรกิจของ REAX ที่ไม่มีสำนักงานสาขา (Cloud-based) และใช้ AI ในการบริหารจัดการหลังบ้านนั้น "เวิร์กจริง" บริษัทสามารถรองรับตัวแทนเพิ่มขึ้นเป็นหมื่นคนโดยไม่ต้องเพิ่มพนักงานหลังบ้านในอัตราส่วนเดียวกัน (ปัจจุบันอัตราส่วนพนักงาน 1 คน ดูแลตัวแทนได้ถึง 87 คน) นี่คือความได้เปรียบทางต้นทุนที่คู่แข่งแบบดั้งเดิมไม่สามารถเลียนแบบได้
หนึ่งในคำถามสำคัญของการลงทุนในธุรกิจนายหน้าคือ "อะไรจะรั้งให้ตัวแทนคนเก่งๆ อยู่กับบริษัท?" เพราะในอดีต ตัวแทนมักจะย้ายค่ายไปหาที่ที่ให้ส่วนแบ่งค่าคอมมิชชันเยอะกว่าเสมอ แต่ REAX กำลังสร้าง Economic Moat (ความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืน) ผ่าน 3 เสาหลักที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ:
เสาหลักที่ 1: ผลประโยชน์ที่เหนือกว่า (The Magnet)
REAX เสนอส่วนแบ่งค่าคอมมิชชัน 85/15 (ตัวแทนรับ 85%) ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมมาก แต่สิ่งที่ดึงดูดใจยิ่งกว่าคือ Network Effect จากระบบ Revenue Share ที่ให้ตัวแทนช่วยหาคนใหม่เข้ามาและได้รับส่วนแบ่งรายได้ สิ่งนี้เปลี่ยนตัวแทนธรรมดาให้กลายเป็น "เจ้าของร่วม" และทำให้ยอดตัวแทนพุ่งแตะ 30,183 ราย (+39% YoY)
เสาหลักที่ 2: เทคโนโลยีที่สร้างความหนืด (Switching Costs)
ในไตรมาสนี้ ผู้บริหารเปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจ: Revenue Churn (อัตราการสูญเสียรายได้จากการที่ตัวแทนลาออก) ลดลงเหลือเพียง 1.4% ซึ่งต่ำที่สุดในรอบหลายปี
ทำไมตัวแทนถึงไม่ออก? คำตอบคือ "Real Wallet Capital" ฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว บริการนี้คือบัตรเดบิตและวงเงินสินเชื่อสำหรับตัวแทน โดยใช้ AI วิเคราะห์ยอดขายที่รอโอน (Pending Deals) ของตัวแทนเพื่อปล่อยสินเชื่อเงินสดให้ทันที
ลองจินตนาการดู: ถ้าคุณเป็นตัวแทนที่ใช้บัตรของบริษัทรูดซื้อของ ใช้แอปฯ ของบริษัทจัดการงาน และยังมีหนี้สินเชื่อหมุนเวียนที่ผูกกับค่าคอมมิชชันในอนาคตกับบริษัท คุณจะย้ายค่ายได้ยากมาก นี่คือกลยุทธ์ "กุญแจมือทองคำ" (Golden Handcuffs) ที่ชาญฉลาดที่สุด
เสาหลักที่ 3: AI ที่ทำงานแทนคน (Efficiency Moat)
AI ผู้ช่วยที่ชื่อ 'Leo' ไม่ได้มีไว้แค่โชว์ล้ำ ในไตรมาส 3 'Leo' สามารถตอบคำถามและแก้ปัญหาให้ตัวแทนได้เองถึง 47% ของเคสทั้งหมด โดยไม่ต้องใช้มนุษย์ สิ่งนี้ทำให้ต้นทุนการบริการต่ำลงเรื่อยๆ ในขณะที่คุณภาพการบริการเร็วขึ้น นี่คือเหตุผลที่ REAX สามารถขยายกำไรได้แม้จะคิดค่าธรรมเนียมตัวแทนต่ำก็ตาม
จุดอ่อนเดียวของ REAX ในอดีตคือ "Attach Rate" หรือความสามารถในการขายบริการเสริม (เช่น สินเชื่อบ้าน, ประกันโอนกรรมสิทธิ์) ให้กับลูกค้าที่ซื้อบ้าน ซึ่งยังมีสัดส่วนน้อยมาก (รายได้ส่วนนี้ยังไม่ถึง 1% ของรายได้รวม)
แต่ในเดือนพฤศจิกายน 2025 บริษัทได้เปิดตัว 'HeyLeo' ซึ่งเป็น AI ค้นหาบ้านสำหรับผู้บริโภค (Consumer-facing AI) นี่ไม่ใช่แค่เว็บค้นหาบ้านธรรมดา แต่มันคือ "ม้าโทรจัน" ทางกลยุทธ์
กลไกการทำงานของ HeyLeo:
ผู้ซื้อบ้านคุยกับ AI (ด้วยเสียงหรือแชท) เพื่อหาบ้าน
AI แนะนำบ้านที่ตรงใจ และ สำคัญที่สุด คือ...
AI จะเสนอให้ผู้ซื้อทำ Pre-approval สินเชื่อบ้าน กับ 'One Real Mortgage' ทันทีในขณะที่คุยอยู่
เมื่อสินเชื่อผ่าน AI จึงส่งลูกค้าคนนี้ไปให้ตัวแทนของ REAX พาไปดูบ้าน
ทำไมสิ่งนี้ถึงสำคัญ?
เพราะมันเปลี่ยนเกมจากการ "รอให้ตัวแทนส่งลูกค้ามาขอสินเชื่อ" เป็นการ "จับลูกค้าขอสินเชื่อก่อน แล้วค่อยส่งให้ตัวแทน" วิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหา Attach Rate ได้อย่างตรงจุด โดยผู้บริหารแง้มตัวเลขออกมาแล้วว่า ในโมเดล Title JV แบบใหม่ที่ทดลองใช้ มี Attach Rate สูงถึง 35% (เทียบกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 15%) หาก REAX ขยายผลความสำเร็จนี้ไปทั่วประเทศได้ กำไรของบริษัทจะเติบโตแบบก้าวกระโดด เพราะธุรกิจสินเชื่อและประกันมี Margin สูงกว่าค่านายหน้าปกติหลายเท่าตัว
แม้ผลประกอบการจะดูดีเลิศ แต่ราคาหุ้นกลับมีการปรับตัวลงหลังประกาศงบ สาเหตุหลักมาจาก "คำแนะนำไตรมาส 4" (Q4 Guidance)
ผู้บริหารแจ้งอย่างตรงไปตรงมาว่า รายได้ในไตรมาส 4 มีแนวโน้มจะลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 (QoQ) และค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้น
รายได้ลดลง: เป็นเรื่องปกติของฤดูกาล (Seasonality) ในธุรกิจอสังหาฯ ที่คนจะซื้อบ้านน้อยลงในหน้าหนาว
ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น: บริษัทมีการจัดงานใหญ่ประจำปี (Rise Conference) และมีการจ้างทีมวิศวกร AI เพิ่มขึ้นเพื่อเร่งพัฒนาโปรดักต์
นักเก็งกำไรระยะสั้นมักจะไม่ชอบคำว่า "รายได้ลด ค่าใช้จ่ายเพิ่ม" จึงมีการเทขายทำกำไรออกมา (Sell on fact) แต่สำหรับนักลงทุนระยะยาว นี่คือ Noise (เสียงรบกวน) ไม่ใช่สัญญาณอันตราย เพราะพื้นฐานของบริษัทไม่ได้เปลี่ยน และการเพิ่มค่าใช้จ่ายเพื่อจ้างทีม AI คือการลงทุนเพื่อสร้าง Moat ให้แข็งแกร่งขึ้นในปี 2026 ตามที่ผู้บริหารได้ย้ำว่า "Outlook ของปี 2026 นั้นแข็งแกร่งมาก"
แม้ภาพรวมจะดูสดใส แต่การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง นี่คือสิ่งที่นักลงทุนต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ:
Green Flags (สัญญาณบวก):
คุณภาพของตัวแทน: ยอดธุรกรรมโต 49% ในขณะที่คนเพิ่ม 39% แสดงว่าบริษัทดึงดูด "คนเก่ง" เข้ามา ไม่ใช่แค่คนสมัครเล่น
Tech ที่จับต้องได้: การเปิดตัว Real Wallet Capital และ HeyLeo แสดงถึงความเร็วในการพัฒนานวัตกรรมที่ทิ้งห่างคู่แข่ง
กฎระเบียบ NAR: การเปลี่ยนแปลงกฎค่าคอมมิชชันในสหรัฐฯ กลายเป็นแรงส่งให้ตัวแทนย้ายออกจากโบรกเกอร์แบบเก่า (ที่หักส่วนแบ่งเยอะ) มาซบ REAX (ที่หักน้อยกว่า) มากขึ้น
Red Flags (สัญญาณเตือน):
ความสำเร็จของ HeyLeo: เราต้องรอดูกันต่อไปว่าผู้บริโภคจะยอมเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้ AI ของ REAX หาบ้านแทน Zillow หรือ Redfin ได้จริงหรือไม่ หากทำไม่ได้ แผนการเพิ่มรายได้บริการเสริมอาจจะสะดุด
สงครามราคา: หากคู่แข่งยอมหั่นเนื้อลดค่าธรรมเนียมลงมาสู้ REAX อาจต้องเสียเงินมหาศาลเพื่อรักษาฐานตัวแทนไว้
เศรษฐกิจมหภาค: หากเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงจนยอดขายบ้านทั้งตลาดหดตัวหนัก แม้ REAX จะเก่งแค่ไหนก็อาจได้รับผลกระทบ
The Real Brokerage (REAX) ณ เวลานี้ เปรียบเสมือนบริษัทที่เพิ่งผ่านการทดสอบครั้งสำคัญที่สุดมาได้ นั่นคือการพิสูจน์ว่าโมเดลธุรกิจนี้ "ทำกำไรได้จริง" ไม่ใช่แค่ขายฝัน
การย่อตัวของราคาหุ้นจากปัจจัยด้านฤดูกาลในไตรมาส 4 อาจเป็นจังหวะที่ดีสำหรับนักลงทุนที่มองเกมยาวและเชื่อมั่นในทิศทางของ "ป้อมปราการทางเทคโนโลยี" ที่กำลังขยายตัว หากบริษัทสามารถทำตามแผนงานในปี 2026 ได้สำเร็จ โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากบริการเสริม (Ancillary Services) เราอาจได้เห็นการเติบโตของกำไรในระดับทวีคูณ (Exponential)
REAX จึงเป็นหุ้นที่น่าดึงดูดอย่างยิ่ง (Very Attractive) สำหรับพอร์ตการลงทุนที่เน้นการเติบโต (Growth Portfolio) และมีความเข้าใจในพลวัตของเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนโลกอสังหาริมทรัพย์ แต่อย่างไรก็ตาม การกระจายความเสี่ยงและการติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการลงทุนครับ
คำเตือนเนื้อหาในบทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน คำแนะนำในการลงทุน หรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้เขียนไม่ได้เป็นที่ปรึกษาทางการเงินหรือผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต บทวิเคราะห์นี้สะท้อนความคิดเห็นส่วนบุคคลและการวิเคราะห์ข้อมูลสาธารณะเท่านั้น การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์มีความเสี่ยงสูงและอาจส่งผลให้สูญเสียเงินต้นได้ ผู้อ่านทุกท่านควรทำการวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเอง (Do Your Own Research) และ/หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ ผู้เขียนไม่รับประกันความถูกต้องหรือครบถ้วนของข้อมูล และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูลในบทวิเคราะห์นี้

Admin