กรุณารอสักครู่

ช่วงนี้ถ้ามองราคาหุ้นในกลุ่ม optics และ photonics จะเห็นว่าตลาดไม่ได้ตื่นเต้นแค่กับหุ้น GPU หรือ HBM อีกต่อไปแล้ว แต่เริ่มขยับลงมามอง “ชั้นถัดไป” ของ AI data center มากขึ้น นั่นคือชั้นของ networking และ interconnect ว่าสุดท้ายแล้ว ต่อให้ compute แรงขึ้นแค่ไหน ถ้าส่งข้อมูลระหว่างชิป ระหว่าง rack หรือระหว่าง cluster ได้ไม่ทัน ระบบทั้งก้อนก็โตต่อได้ยาก นี่คือเหตุผลว่าทำไมตลาดถึงเริ่มให้มูลค่ากับบริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่ของแสงและการเชื่อมต่อมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปี 2026
ประเด็นสำคัญคือ ตลาดไม่ได้กำลังซื้อ “ธีม AI” แบบกว้างๆ เหมือนเดิม แต่กำลังซื้อความเชื่อที่ว่า optics กำลังเปลี่ยนจากของที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ เป็นของที่จำเป็นต่อการ scale AI infrastructure ในบางส่วนของระบบ โดยเฉพาะเมื่อ bandwidth ขยับไปที่ 1.6T, 3.2T, optical switching และ eventually scale-up architecture ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ
แกนแรกที่ตลาดกำลัง price in คือ เรื่องของฟิสิกส์ล้วนๆ เมื่อ cluster ใหญ่ขึ้น ความหนาแน่นสูงขึ้น และ bandwidth ต่อ link สูงขึ้น ปัญหาเรื่อง power, reach, signal integrity และ thermal management จะเริ่มกดดันการเชื่อมต่อแบบไฟฟ้ามากขึ้น NVIDIA เองก็ไม่ได้พูดถึง photonics แบบเป็นเพียง roadmap ระยะไกลอีกแล้ว แต่พูดตรงๆ ว่า co-packaged optics และ silicon photonics คือส่วนหนึ่งของการสร้าง AI factory ระดับใหญ่ โดยระบุว่า CPO ช่วยเพิ่ม power efficiency และ resiliency อย่างมีนัยสำคัญ และเป็นองค์ประกอบสำคัญของการไปสู่ระดับ million-GPU AI factories
ตรงนี้ไม่ได้แปลว่า copper หรือ AEC จะหายไปทันที เพราะในระยะใกล้ copper ยังมีจุดแข็งมากในลิงก์ระยะสั้นและต้นทุนบางประเภท แต่สิ่งที่ตลาดเชื่อมากขึ้นคือ เมื่อระบบ AI ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ลิงก์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดและเป็นคอขวดที่สุด จะค่อยๆ เทน้ำหนักมาทาง optics มากขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมตลาดเริ่มขยายการมองจาก transceiver ธรรมดา ไปสู่ optical engine, CPO, optical switching และ optical I/O มากขึ้น
ถ้าจะแปลงเป็นภาษาหุ้นง่ายๆ ก็คือ ตลาดไม่ได้มอง optics ว่าเป็น “สินค้าเสริม” ของ AI อีกแล้ว แต่เริ่มมองว่าเป็นหนึ่งในข้อจำกัดหลักของการ scale ระบบ เพราะต่อให้ GPU แรงขึ้น แต่ถ้า network layer ส่งข้อมูลไม่ทัน ผลตอบแทนจาก compute ก็จะถูกลดทอนลงเอง
แกนที่สองซึ่งสำคัญมาก และน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ราคาหุ้นวิ่งแรงกว่าปกติ คือ ตลาดไม่ได้ถามแค่ว่า “ใครจะได้ประโยชน์จาก AI” แต่เริ่มถามว่า “ใครมี capacity และ manufacturing footprint พอจะส่งมอบของได้จริง เมื่อความต้องการ optics พุ่งขึ้น” นี่คือ mindset ที่เปลี่ยน valuation ของทั้งกลุ่มทันที
เหตุผลที่สัญญาณนี้ชัดมาก เป็นเพราะ NVIDIA ลงมือทำในระดับที่ไม่ธรรมดา คือประกาศ strategic partnership แบบ nonexclusive กับทั้ง Lumentum และ Coherent พร้อมลงทุนบริษัทละ 2 พันล้านดอลลาร์ และผูกสิทธิ์การเข้าถึงกำลังการผลิตในอนาคตภายใต้ purchase commitments ขนาดใหญ่ การกระทำแบบนี้ไม่เหมือนการเซ็นสัญญาซัพพลายเออร์ธรรมดา แต่มันดูเหมือนการ “จอง capacity ล่วงหน้า” ในส่วนของ supply chain ที่อาจตึงตัวในอนาคตมากกว่า
จากมุมนี้เอง หุ้นอย่าง LITE และ COHR จึงถูก re-rate ไม่ใช่แค่เพราะอยู่ในธีม AI แต่เพราะตลาดมองว่าทั้งคู่มีบทบาทเชิงกลยุทธ์ในชั้นของ laser และ InP-based devices ซึ่งอาจกลายเป็นของหายากเมื่อ deployment scale ใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะเมื่อ Lumentum เดินหน้าโรงงานใหม่ใน North Carolina สำหรับอุปกรณ์ InP ขั้นสูง และ Coherent ก็ชู vertical technology stack และการขยาย InP capability ของตัวเองอย่างชัดเจน
มุมนี้ยังทำให้ตลาดหันไปมอง upstream อย่าง AXTI มากขึ้นด้วย เพราะถ้า InP กลายเป็นจุดคอขวดจริง คนที่อยู่ต้นน้ำอย่างผู้ผลิต substrate ก็มีโอกาสได้รับการประเมินมูลค่าใหม่เช่นกัน AXT ระบุเองว่ากำลังอยู่ในช่วงต้นของ multiyear growth cycle ที่ขับเคลื่อนโดย AI infrastructure และ high-speed optical connectivity และบอกว่ากำลังเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิต InP อย่างมีนัยสำคัญในปี 2026
สิ่งที่ทำให้รอบนี้ต่างจาก AI-adjacent hype หลายรอบก่อน คือ คราวนี้ตลาดเริ่มมีอะไรให้จับต้องได้มากกว่าคำพูดในงาน conference เพราะตอนนี้เริ่มมีทั้ง orders, backlog, guidance และ supplier commitments โผล่ออกมาพร้อมกัน ทำให้ธีม optics ดูเหมือนกำลังเข้าสู่ช่วง monetization ที่มองเห็นได้จริง ไม่ใช่แค่สไลด์สวยๆ
Lumentum คือเคสที่ชัดที่สุด บริษัทประกาศรายได้ fiscal Q2 2026 โต 65.5% YoY และบอกว่า guidance ของ fiscal Q3 สื่อถึงการเติบโตมากกว่า 85% YoY พร้อมทั้งเปิดเผย backlog ของ optical circuit switch ที่ เกิน 400 ล้านดอลลาร์ และมี incremental order สำหรับ CPO ระดับ multi-hundred-million-dollar ที่จะเริ่มส่งมอบในครึ่งแรกของปี 2027 ตัวเลขแบบนี้ทำให้ตลาดไม่ต้องจินตนาการเองมากนัก เพราะเริ่มเห็นภาพของ demand จริงแล้ว
ฝั่ง AAOI ก็เป็นอีกตัวอย่างที่ช่วยยืนยันว่า demand ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิด บริษัทประกาศ first volume order สำหรับ 1.6T transceivers มูลค่ามากกว่า 200 ล้านดอลลาร์ จาก hyperscale customer รายใหญ่ และต่อมาก็ประกาศออเดอร์ 800G มูลค่า 71 ล้านดอลลาร์ เพิ่มเติม การมีออเดอร์ระดับนี้ทำให้ตลาดกล้าประเมินว่า รายได้ในอนาคตอาจเร่งขึ้นเร็วกว่าที่ตัวเลข trailing บอกอยู่มาก
ตรงนี้สำคัญมาก เพราะเมื่อเรื่องเล่าเปลี่ยนจาก “อนาคตอาจมี demand” ไปเป็น “ลูกค้าเริ่มจ่ายเงินจริงแล้ว” หุ้นในกลุ่มนี้ก็จะถูกตีมูลค่าด้วยฐานคิดใหม่ทันที นักลงทุนเริ่มยอมมองข้ามกำไรระยะสั้นหรือความผันผวนของ quarter ปัจจุบัน เพื่อให้ค่าน้ำหนักกับ signal ข้างหน้ามากขึ้น
ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ AEHR ซึ่งไม่ได้เป็น optics vendor โดยตรง และรายได้ล่าสุดก็ไม่ได้สวยนัก แต่หุ้นยังถูกยก valuation ขึ้น เพราะตลาดเลือกโฟกัสที่ bookings 37.2 ล้านดอลลาร์, backlog และสัญญาณว่าบริษัทกำลังเชื่อมโยงกับ silicon photonics และ optical I/O มากขึ้น กรณีนี้สะท้อนชัดว่าตลาดในช่วงนี้กำลังให้ค่าน้ำหนักกับ forward bookings และ qualification signal มากกว่าตัวเลขรายได้ย้อนหลังเพียงอย่างเดียว
อีกเหตุผลที่ทำให้หุ้นกลุ่มนี้วิ่งพร้อมกันหลายตัว คือ ตลาดเริ่มเชื่อว่า AI capex จะไม่ได้ไหลไปหาฝั่ง compute อย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะค่อยๆ กระจายไปยัง connectivity stack มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น transceiver, laser, optical DSP, AEC, optical switching, fiber/cable, substrate, connector หรือ manufacturing partner ที่อยู่รอบๆ ระบบทั้งหมด
เพราะเหตุนี้ รายชื่อหุ้นที่ได้ประโยชน์จึงกว้างมากและไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกตัว เช่น GLW ถูกยกขึ้นเพราะตลาดมอง fiber และ data center connectivity เป็นส่วนหนึ่งของ AI buildout มากขึ้น โดยเฉพาะหลัง Corning และ Meta ประกาศข้อตกลงระยะยาวมูลค่าสูงสุด 6 พันล้านดอลลาร์ เพื่อเร่งการสร้าง data center ในสหรัฐฯ ข้อตกลงแบบนี้ทำให้ตลาดเริ่มมอง Corning ด้วยเลนส์ AI infrastructure มากกว่าเลนส์วัสดุอุตสาหกรรมแบบเดิม
ในทำนองเดียวกัน FN ก็สะท้อนมุมนี้ได้ดี เพราะ Fabrinet เป็น manufacturing partner ที่อยู่กลางห่วงโซ่การผลิต optical products อยู่แล้ว โดยรายงานประจำปีล่าสุดระบุว่า 76.6% ของรายได้ปีงบประมาณ 2025 มาจาก optical communications และบริษัทเองก็ชี้ว่าการเติบโตของ datacom ก่อนหน้านี้ขับเคลื่อนโดยความต้องการที่เกี่ยวข้องกับ AI ด้วย นี่ทำให้ FN เป็นตัวแทนของฝั่ง “คนประกอบและส่งมอบของจริง” ในธีมนี้
ส่วน CRDO และ ALAB เป็นตัวอย่างของหุ้นที่ไม่ได้ถูกมองเป็น optics stock แบบตรงๆ ในอดีต แต่ตลาดเริ่มยอมให้เครดิตมากขึ้น เพราะ interconnect architecture เริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง optics ไปแล้ว Credo เปิดตัว 800G ZeroFlap optical transceivers ที่ชูเรื่อง reliability และ productivity ของ AI cluster ขณะที่ Astera Labs ซื้อ aiXscale Photonics เพื่อเสริมเทคโนโลยีด้าน fiber-chip coupling และ photonic scale-up solutions สำหรับ rack-scale AI นี่คือสัญญาณว่ามูลค่าใน ecosystem นี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ผู้ผลิต transceiver แบบเดิมอีกต่อไป
ถ้ามองผ่านกรอบ 4 ข้อนี้ จะเห็นว่าแต่ละหุ้นไม่ได้ขึ้นเพราะเหตุผลเดียวกันทั้งหมด
LITE คือหุ้นที่รวม thesis หลักไว้ครบที่สุด เพราะมีทั้งเรื่อง optics ที่กำลังกลายเป็นของจำเป็น, เรื่อง supply bottleneck ผ่าน InP และ laser capacity, และเรื่อง booked demand ที่เริ่มสะท้อนในตัวเลขจริงแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจที่ตลาดให้ premium กับ Lumentum มากกว่าหลายตัวในกลุ่มเดียวกัน
COHR มีโครงเรื่องคล้ายกัน แต่ถูกมองว่าไม่ pure เท่า LITE เพราะฐานธุรกิจกว้างกว่า อย่างไรก็ตาม Coherent ก็ยังเป็นผู้เล่นสำคัญมากในฝั่ง advanced optics และ InP และได้รับ strategic validation จาก NVIDIA โดยตรงเหมือนกัน เพียงแต่ torque ของ narrative อาจไม่ตรงเท่า Lumentum
AAOI ถูกตลาดใช้เป็นหลักฐานว่าธีมนี้เริ่ม monetize จริงแล้ว เพราะ order flow จาก hyperscaler ออกมาเป็นก้อนชัดเจน หุ้นจึงตอบสนองแรงกว่าปกติในฐานะ pure demand-torque play มากกว่าจะเป็น capacity story แบบ LITE หรือ COHR
AXTI คือมุมมองแบบ upstream scarcity ถ้าตลาดเชื่อว่า InP substrate จะมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์มากขึ้น AXTI ก็จะถูกหยิบขึ้นมาเล่นในฐานะคนขาย “ของตั้งต้น” ที่จำเป็นต่อระบบทั้งหมด
GLW และ FN คือหลักฐานว่าตลาดกำลังขยาย valuation ไปสู่ connectivity infrastructure และ manufacturing partner ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบริษัทที่ทำ laser หรือ transceiver โดยตรง
ส่วน AEHR ไม่ใช่พระเอกของเรื่อง แต่เป็นตัวอย่างที่ดีมากว่าในรอบนี้ตลาดยอมยก valuation ให้หุ้นที่รายได้ยังไม่เด่นได้ ถ้ามันมี booking, backlog หรือ customer qualification signal ที่บอกว่า company อาจอยู่บนเส้นทางของการ ramp ในอนาคต นี่คือสิ่งที่บอกเราว่าตลาดกำลัง price in “ข้างหน้า” มากกว่า “ย้อนหลัง” ในธีม optics/photonics รอบนี้
ถ้าจะสรุปบทความนี้ให้สั้นที่สุด ผมคิดว่าประเด็นสำคัญมีอยู่แค่นี้: ตลาดกำลัง bullish กับหุ้น optics และ photonics เพราะเชื่อพร้อมกัน 3 อย่างคือ
หนึ่ง optics กำลังกลายเป็นสิ่งจำเป็นในบางส่วนของ AI infrastructure,
สอง supply chain ของ optics อาจกลายเป็น bottleneck ใหม่,
และสาม ดีมานด์เริ่มเปลี่ยนจากเรื่องเล่าไปเป็น backlog, bookings และ purchase commitments ที่จับต้องได้จริงแล้ว
เมื่อรวมกับอีกชั้นหนึ่งที่ว่า value pool ของ AI กำลังกระจายจาก GPU/HBM ไปยัง connectivity stack ทั้งระบบ ก็เลยไม่แปลกที่เราจะเห็นหุ้นหลายแบบวิ่งพร้อมกัน ตั้งแต่ LITE, COHR, AAOI ไปจนถึง AXTI, GLW, FN, CRDO, ALAB และแม้แต่ AEHR ในฐานะตัวแทนของตลาดที่เริ่มให้น้ำหนักกับสัญญาณอนาคตมากกว่ารายได้ปัจจุบัน
ถ้ามองในมุมคนทำคอนเทนต์ บทความนี้จะมีแกนหลักชัดมาก คือ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องที่ AI ต้องใช้ optics มากขึ้น แต่เป็นเรื่องที่ตลาดเริ่มเชื่อว่า optics อาจเป็นหนึ่งในคอขวดตัวต่อไปของการขยาย AI data center และเมื่อความเชื่อนั้นเริ่มมีหลักฐานรองรับมากขึ้น ราคาหุ้นทั้งกลุ่มก็เลยตอบสนองแรงอย่างที่เราเห็นอยู่ตอนนี้
คำเตือนเนื้อหาในบทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน คำแนะนำในการลงทุน หรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้เขียนไม่ได้เป็นที่ปรึกษาทางการเงินหรือผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต บทวิเคราะห์นี้สะท้อนความคิดเห็นส่วนบุคคลและการวิเคราะห์ข้อมูลสาธารณะเท่านั้น การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์มีความเสี่ยงสูงและอาจส่งผลให้สูญเสียเงินต้นได้ ผู้อ่านทุกท่านควรทำการวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเอง (Do Your Own Research) และ/หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ ผู้เขียนไม่รับประกันความถูกต้องหรือครบถ้วนของข้อมูล และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูลในบทวิเคราะห์นี้

Admin